| |
กฏของโรงเรียน  |
|
1.
ห้ามเด็กใส่ของมีค่ามาโรงเรียน หากเกิดสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ
ถุงผ้า ผ้าปูที่นอน
ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว ชุดนอน เสื้อฟอร์ม ถูงเท้า
รองเท้า ต้องปักชื่อให้ชัดเจน ถ้านักเรียนคน
ใดไม่ปฎิบัติตาม ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหาย |
|
|
2. ถุงเครื่องนอน
ทางโรงเรียนจะส่งกลับให้ไปซักทุกวันศุกร์และขอให้ท่านจัดมอบให้เด็กนำมาทุก
วันจันทร์ ขอความร่วมมือจากท่านให้ทำเป็นประจำ
เพราะเด็กจะไม่มีผ้าปูที่นอนเวลานอน เพื่อ
ความเป็นระเบียบและหัดให้เด็กรับผิดชอบต่อสิ่งเล็กๆน้อยๆ
อันจะนำไปสู่ความรับผิดชอบอื่นๆ
เมื่อเติบโตขึ้น |
|
|
3. การรับส่งนักเรียนทางโรงเรียนจะออกบัตรรับนักเรียนให้กับผู้ปกครองและผู้มารับจะต้องแสดง
บัตรแก่ครูเวรทุกครั้ง ทางโรงเรียนจะไม่รับแจ้งการเปลี่ยนผู้รับทางโทรศัพท์
และจะไม่ปล่อย
เด็กกลับถ้าไม่มีบัตร ยกเว้นบิดามารดามารับเองเป็นประจำ
โรงเรียนเลิกเวลา 14.45 น. กรุณา
มารับในเวลาโรงเรียนเลิก ทางโรงเรียนจะไม่ประกาศเรียกเด็กก่อนเวลาเลิก
เพื่อความปลอด
ภัยแก่บุตรหลานของท่าน ขอได้โปรดให้ความร่วมมือปฎิบัติตามกฎของโรงเรียน |
|
|
4. รถรับส่ง
การรับนักเรียนต้องเตรียมพร้อมเมื่อรถรับส่งไปถึง หากช้ารถโรงเรียนจะรอไม่เกิน
5 นาทีและการรับส่งนักเรียนทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบหากมีอุบัติเหตุอันสุดวิสัยเกิดขึ้นและ
ในบางกรณีหากเกิดยางแตกหรือรถเสียต้องเปลี่ยนรถ
เด็กอาจถึงบ้านล่าช้าไปบ้าง |
|
|
5. หากนักเรียนผู้ใดตกลงชำระค่าเล่าเรียน และค่าอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาลาออก
ทางโรง
เรียน จะไม่คืนเงินที่ชำระแล้วไม่ว่ากรณีใด
เมื่อท่านชำระเงินค่าเล่าเรียน ค่ารถ ฯลฯ แล้วนั้น
ขอให้ท่านเก็บใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน
จนกว่าเด็กจะออกจากโรงเรียน
และกรุณาอย่าฝากครูคนอื่น ให้ท่านนำมาชำระกับครูผู้มีหน้าที่รับโดยตรงในห้องธุรการเพียง
อย่างเดียวเท่านั้น |
|
|
6. เด็กเมื่อเข้าโรงเรียนในวันแรกๆ
จะต้องร้องไห้และไม่อยากจากผู้ปกครองมาอยู่กับครู ขอให้
ผู้ปกครองคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา และธรรมชาติของเด็กทุกคน
เพราะโรงเรียนอนุบาลนั้นเป็น
สถานที่แห่งแรกที่เด็กจะต้องออกมาสู่โลกกว้าง
ซึ่งมีผู้คนที่เขาไม่รู้จัก เป็นสถานที่ที่เขาไม่เคย
อยู่ ทุกอย่างแปลกใหม่สำหรับเขา เด็กย่อมจะขัดขืนร้องไห้ไม่ยอมจากผู้ปกครองขอให้ผู้ปกครอง
ได้โปรดไว้วางใจครูให้ดูแลบุตรหลานของท่าน และขอให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนพยายาม
ทำใจแข็ง ให้โอกาสครูได้ปลอบโยนเด็กให้หยุดร้องไห้
เด็กก็จะเข้าใจว่าถึงไม่มีพ่อแม่ พี่เลี้ยง
อยู่ด้วยแต่ก็ยังมีครูและเพื่อนที่รักเขา และมีหน้าที่ต้องมาโรงเรียน
ซึ่งก็เป็นโรงเรียนที่ท่านตัด
สินใจเลือกให้บุตรหลานเข้ามาเรียนแล้ว หากท่านยังห่วงกังวลอยู่กับเด็กไม่ไว้วางใจที่จะปล่อย
เด็กไว้กับครู สงสารเด็กกลัวจะร้องไห้ไม่หยุด
แล้วเข้ามานั่งเป็นเพื่อนเฝ้าเด็ก ก็จะเป็นผลเสีย
กับบุตหลานของท่านและทางโรงเรียนหลายประการ
อาทิเช่น |
|
|
-
เมื่อท่านเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเฝ้าเด็กๆ ก็จะเกาะติดกับผู้ปกครองไม่ยอมให้ครูได้มีโอกาศไปจับ
เนื้อต้องตัวหรือพูดด้วย ครูก็จะไม่มีทางได้คุ้นเคยกับเด็ก
|
|
|
-
เด็กจะไม่คุ้นกับใครทั้งสิ้น ไม่ยอมมีเพื่อนไม่อยากเรียนเพราะมัวแต่กังวลกลัวผู้ปกครองจะหนี |
|
|
-
ถ้าโรงเรียนปล่อยให้ผู้ปกครองเข้ามาในโรงเรียน ครูก็จะสับสนไม่ทราบว่าเป็นผู้ปกครองจริง
หรือหลอกลวงทำเป็นผู้ปกครอง เข้ามาขโมยเด็กเพราะเป็นเหตุสุดวิสัยที่ครูจะจำผู้ปกครองใหม่
ได้ทุกคนในเวลาอันสั้น อีกทั้งครูยังต้องคอยดูแลเด็ก
ปลอบเด็กที่ผู้ปกครองปล่อยไว้เพื่อให้คุ้น
ฉะนั้น ภายในโรงเรียนจึงไม่ควรมีบุคคลใดนอกจากครูและเจ้าหน้าที่เท่านั้น |
|
|
-
ครูเองมีความลำบากใจมากที่จะสอนในขณะที่ผู้ปกครองนั้งอยู่เต็มบางทีเด็กๆ
เริ่มเงียบเข้าห้อง
เรียนแล้ว พอผู้ปกครองเด็กอีกคนซึ่งมานั่งเฝ้าอยู่เริ่มออกไปเด็กก็ร้องขึ้นมาอีก
เด็กที่เงียบไป
ไปแล้วเห็นเพื่อนร้องก็พากันร้องต่อๆกัน
ครูไม่เป็นอันสอนหรือทำสิ่งใดเลย |
|
|
ฉะนั้นทางโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะต้อง ขอร้องไม่ให้ผู้ปกครองเข้ามาภายในบริเวณโรงเรียน
ขอได้โปรดให้ความร่วมมือด้วย ทางโรงเรียนขอรับรองว่าจะดูแลบุตรหลานของท่านอย่างดีที่สุด |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ขอบคุณค่ะ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
หน้าก่อนนี้ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|